ดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด ผวาไวรัสโควิด-19 ลาม หลังจำนวนผู้ติดเชื้อในจีนพุ่ง

ข่าวหุ้น-การเงิน 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 21:53 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

ดาวโจนส์ร่วงกว่า 100 จุด ผวาไวรัสโควิด-19 ลาม หลังจำนวนผู้ติดเชื้อในจีนพุ่ง

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 100 จุดในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจีนเปิดเผยว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งขึ้น

ณ เวลา 21.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 29,442.96 จุด ลบ 108.46 จุด หรือ 0.37%

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงในวันนี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เฉพาะในมณฑลหูเป่ยที่เดียวนั้น เพิ่มขึ้น 14,840 ราย สู่ระดับ 48,206 ราย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่มีการรายงานข้อมูล ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตในมณฑลหูเป่ยเพิ่มขึ้น 242 ราย สู่ระดับ 1,310 ราย

สาเหตุที่ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในมณฑลหูเป่ยพุ่งสูงขึ้นนี้ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การคำนวณ โดยให้นับรวมผู้ติดเชื้อที่ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิก (Clinically diagnosed cases)

ทางด้าน GSMA ผู้จัดงาน Mobile World Congress ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีไร้สายที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศยกเลิกการจัดงานดังกล่าว เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จากเดิมที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 24-27 ก.พ.ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลายรายในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในปีนี้

ส่วนการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในวันนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 2,000 ราย สู่ระดับ 205,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 210,000 ราย

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ทรงตัวที่ระดับ 212,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว

สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 1 ก.พ. มีจำนวนลดลง 61,000 ราย สู่ระดับ 1.70 ล้านราย

ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนลดลง 17,500 ราย สู่ระดับ 1.73 ล้านราย

กระทรวงแรงงานสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทั่วไปเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค.

ดัชนี CPI ทั่วไปได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร แม้ว่าราคาพลังงานร่วงลง

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ทั่วไปเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2561 หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% ในเดือนธ.ค.

นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี

หากไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนธ.ค.

ดัชนี CPI พื้นฐานได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของราคาในด้านสันทนาการ, การรักษาสุขภาพ และค่าตั๋วเครื่องบิน

เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 2.3% ในเดือนม.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 2.3% เช่นกันในเดือนธ.ค.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ